sale@alistsupply.com , support@alistsupply.com บริษัท เอลิสต์ ซัพพลาย จำกัด
 
 
Untitled Document
               บริษัท เอลิสต์ ซัพพลาย จำกัด เป็นศูนย์รวมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันภัยที่ได้มาตรฐาน ราคาประหยัด มีบริการจัดส่งถึงที่ พร้อมคุณภาพที่คุณวางใจได้
 
  ข้อมูลเพิ่มเติมของเรา
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ เอลิสต์ ซัพพลาย
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ หมวกนิรภัย
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ แว่นตานิรภัย
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ป้องกันการได้ยิน
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ อุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจ
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ถุงมือ
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ชุดป้องกันร่างกาย
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ อุปกรณ์ป้องกันตก
» ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ รองเท้านิรภัย
 
ดู บริษัท เอลิสต์ ซัพพลาย จำกัด ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
 
 
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ หมวกนิรภัย อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
MEET ANSI Z89.1-1997 STANDARD

ชนิดของหมวกนิรภัย
  ชนิด I เป็นหมวกช่วยลดแรงกระแทก บริเวณศีรษะเท่านั้น
  ชนิด II เป็นหมวกที่ช่วยลดแรงกระแทก บริเวณตรงกลางหรือด้านบนศีรษะ

ประเภทของหมวกนิรภัย
  1. หมวกนิรภัย ชนิดClass G ลดอันตรายจากไฟฟ้าแรงต่ำ
และต้องต้านทานแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 2,200โวลต์ ที่ความถี่ 50 Hz เป็นเวลา 1 นาที
ค่าแรงกระแทกสูงสุดที่ส่งผ่านหมวกไม่เกิน 4,448 นิวตัน
และค่าเฉลี่ยกระแทกที่ส่งผ่านติ้งไม่เกิน 3,781 นิวตัน
ความต้านทานแรงเจาะ รอบเจาะที่เกิดขึ้นต้องลึกไม่เกิน 10 มม. ใช้ในการก่อสร้าง งานทั่วไป
  2. หมวกนิรภัย ชนิด Class E - ลดอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง
ต้องต้านทานแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับได้ 20,000 โวลต์ ที่ความถี่ 50 Hzเป็นเวลา3นาที
ค่าแรงกระแทกสูงสุดที่ส่งผ่านหมวกไม่เกิน 4,448 นิวตัน
และค่าเฉลี่ยกระแทกที่ส่งผ่านติ้งไม่เกิน 3,781 นิวตัน
ความต้านทานแรงเจาะ รอบเจาะที่เกิดขึ้นต้องลึกไม่เกิน 10 มม. ใช้ในงานกันไฟฟ้าแรงสูง
  3. หมวกนิรภัย ชนิด Class C - หมวกนิรภัยที่ไม่สามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ เนื่องจากเป็นโลหะ
ค่าแรงกระแทกสูงสุดที่ส่งผ่านหมวกไม่เกิน 4,448 นิวตัน
และค่าเฉลี่ยกระแทกที่ส่งผ่านติ้งไม่เกิน 3,781 นิวตัน
ความต้านทานแรงเจาะ รอบเจาะที่เกิดขึ้นต้องลึกไม่เกิน 10 มม. ใช้ในงานขุดเจาะน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน แก๊ส
  4. หมวกนิรภัย ชนิด Class D - หมวกนิรภัยที่สามารถทนความร้อนสูงได้
ทำด้วยพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาส เม่อติดไฟแล้วต้องดับได้เอง
ค่าแรงกระแทกสูงสุดที่ส่งผ่านหมวกไม่เกิน 4,448 นิวตัน
และค่าเฉลี่ยกระแทกที่ส่งผ่านติ้งไม่เกิน 3,781 นิวตัน
ความต้านทานแรงเจาะ รอบเจาะที่เกิดขึ้นต้องลึกไม่เกิน 10 มม. ใช้ในงานดับเพลิง งานเหมือง

วิธีการดูแลรักษาหมวกนิรภัย
  1. ควรตรวจสอบหมวกนิรภัยทุกครั้งก่อนใช้งาน
  2. ไม่ควรนำหมวกนิรภัยที่มีรอยร้าว รอยถลอกมาใช้งาน
  3. หลังจากการใช้งาน ควรทำความสะอาดหมวกนิรภัย
  4. เก็บหมวกนิรภัยในสภาวะที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแสงแดด
  5. ไม่ควรใช้สารเคมีหรือสารละลายทำความสะอาด
  6. อายุการใช้งานของหมวก 3-5 ปี
     
 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ แว่นตานิรภัย อุปกรณ์ป้องกันดวงตา Eye protection
อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตา

เมื่อมีวัตถุหรือสิ่งแปลกปลอมเขาดวงตา จะมีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที โดยการกระพริบตา
ดังนั้นแว่นตานิรภัยจึงเป็นอุปกรณ์นิรภัยตัวหนนึ่ง เพื่อการป้องกันใบหน้าและดวงตา

การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตา และการดูแลรักษา
  1. ต้องแน่ใจว่าแว่นตานิรภัยที่สวมอยู่เหมาะพอดีกับสายตา ดั้งจมูก
และความยาวของขากรอบแว่น แว่นตานิรภัยควรจะปรับให้พอดีสำหรับแต่ละบุคคล
  2. ใส่แว่นตานิรภัยที่ขากรอบแว่นพอเหมาะกับใบหู และกรอบพอเหมาะกับดั้งจมูกพอดีจะทำให้กรอบแว่น
อยู่ติดกับหน้ามาที่สุด
  3. ทำความสะอาดแว่นตานิรภัยทุกวัน โดยปฏิบัติ ตามคู่มือของผู้ผลิต หลีกเลี่ยงการเช็ดถูแรงๆ
บริเวณเลนส์ เพราะอาจทำให้เลนส์เป้นริย มองเห็นไม่ชัดและทำให้เปราะแตกได้
  4. เก็บแว่นตานิรภัยในสถานที่สะอาดและแห้ง ในที่ที่แว่นนั้นจะไม่ตกหรือถูกกระทบได้และเก็บไว้ใน
กล่องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้
  5. เปลี่ยนแว่นตานิรภัยใหม่ หากเกิดรอยขีดข่วน รอยร้าว แตกหัก โค้งงอหรือใส่ไม่พอดี แว่นตาที่ชำรุด
นอกจากจะทำให้มองภาพไม่ชัดเจนแล้วยังไม่สามารถป้องกันอันตรายได้
  6. ควรมั่นใจว่าแว่นตานิรภัยที่ท่านเลือกเพื่อใช้งาน เป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานสากลที่เชื่อถือได้
     
ข้อเปรียบเทียบของวัสดุที่ใช้ทำเลนส์แว่นตานิรภัย
วัสดุ ข้อดี ข้อเสีย
กระจก Glass
- ป้องกันรอยขีดข่วน
- มองเห็นภาพได้ชัดเจน
- กรองรังสีอินฟาเรด
- มีเลนส์ออกแบบพิเศษให้เลือกจำนวนมาก
- กันแรงกระแทกในระดับทั่วไป
- เกิดรอยแตกง่ายจากการทดสอบแรงกระแทก
- หนักกกว่าโพลีคาร์บอเนตและพลาสติก
โพลีคาร์บอเนต
Polycarbonet(PC)
- เป็นวัสดุที่แข็งแรงที่สุดสำหรับกันกระแทก
- มีน้ำหนักเบา เบากว่ากระจก37%
- มีความยืดหยุ่นมากกว่ากระจก
- สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ง่าย
- มองเห็นภาพชัดเจน 91%
- เป็นรอยขีดข่วนง่ายกว่ากระจก
- มีสีจำกัด
พลาสติก Plastic
- แข็งแรงกว่ากระจก
- มีสีให้เลือกมากกว่าโพลีคาร์บอเนต
- มีน้ำหนักเบา เบากว่ากระจก 41%
- เศษโลหะเกาะติดน้อยมาก
- เป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่า โพลีคาร์บอเนต กันกระแทกได้น้อยกว่าโพลีคาร์บอเนต

 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ป้องกันการได้ยิน
อุปกรณ์ปกป้องระบบการได้ยิน Hearing Protection
อุปกรณ์ปกป้องอันตรายจากเสียง

  1. การสูญเสียการได้ยิน มี 2 ลักษณะ คือ
   
1.1 การสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว เนื่องจากการรับฟังเสียงดังมากๆ ในระยะเวลาไม่มากนักทำให้หูอื้อ ถ้าหยุดพักการได้ยินก็จะกลับคืนสู่ปกติได้
1.2 การสูญเสียการได้ยินแบบถาวร เกิดจากการที่ได้รับฟังเสียงดังเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้
เซลล์ขนในหูชั้นในถูกทำลาย ทำให้รับฟังเสียงไม่ได้ เกิด หูตึง หูพิการ
   
  2. ผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ
   
2.1 เกิดความรำคาญ หงุดหงิด เกิดความเครียด และเป็นโรคจิต โรคประสาทได้ง่าย
2.2 รบกวนการนอนหลับ
2.3 ทำให้เกิดโรคบางอย่าง เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
2.4 นอกจากนี้ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
2.5 เป็นอุปสรรคในการทำงาน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
     
  แนวทางการป้องกันการสูญเสียสมรรถภาพการได้ยิน
 
  ปรับปรุง แก้ไข เพื่อลดเสียงจากเครื่องจักร อุปกรณ์หรือแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง
  สวมอุปกรณ์ป้องกันหูตลอดเวลาการทำงาน
  เผยแพร่ความรู้เพื่อให้พนักงานใช้อุปกรณ์ลดเสียงอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี
  สับเปลี่ยนให้พนักงานที่สูญเสียสมรรถภาพการได้ยินให้ปฏิบัติงานในแผนกอื่น
  ทดสอบสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานที่ต้องสัมผัสกับเสียงดัง
  ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ระดับความดังของเสียงเกินมาตรฐานที่กำหนด
   
ตารางแสดงมาตรฐานเปรียบเทียบระดับเสียงเฉลี่ย ที่ยอมรับได้กับเวลาการทำงานในแต่ละวัน
ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลา
การทำงานไม่จำนวนชั่วโมง
ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลา
การทำงานไม่เกินเดซิเบล(เอ)
12 87
8 90
6 92
4 95
3 97
2 100
1.5 102

 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ อุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจ
อุปกรณ์ปกป้องระบบทางเดินหายใจ Respiratory Protection
หน้ากากตัวกรอง


สมาคมผู้ผลิตก๊าซอุตสาหกรรมและสมาคมนักผจญเพลิงของประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้กำหนดให้อากาศสำหรับหายใจจะต้องประกอบด้วย O2 – 19.5-23.5% ก๊าซCO2 ไม่เกิน 1000 PPM
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไม่เกิน 10 PPM สารประกอบไฮโดรคาร์บอนเกิน 0.5 PPM ปราศจากฝุ่นละออง
และความชื้น และก๊าซ N2 – 79.0-81.0%
สำหรับอากาศรอบๆตัวเรา ณ ความสูงที่ระดับน้ำทะเล จะมีก๊าซ O2 – 28% และก๊าซ N2 – 79.0%
ส่วนที่เหลือจะเป็นความชื้น ฝุ่นละออง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน และอื่นๆ จนครบอัตรา 100%

ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์
ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษ หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ
ส่วนฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้มีขนาดเล็กกว่า 10ไมครอน
ฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจะเกาะตัวในส่วนต่างๆก่อให้เกิดการระคายเคือง
และทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะเหล่านั้น เช่น เนื้อเยื่อปอด ซึ่งได้รับในปริมาณมาก
หรือในช่วงเวลานานจะสะสมเกิดเป็นพังผืดหรือแผลขึ้นได้ และการทำงานของปอดเสื่อม ประสิทธิภาพ
ทำให้หลอดลมอักเสบ เกิดหอบหืด ถุงลมโป่งพอง และโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจาก ติดเชื้อ
เพิ่มขึ้น ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องสวมอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจตลอดเวลาควรทดสอบความกระชับกับ ใบหน้า
ก่อนการใช้งานทุกครั้งทั้งแบบหายใจออกและแบบหายใจเข้า

การเลือกใช้หน้ากากชนิดตัวกรอง
  1. ศึกษาลักษณะสารเคมีและค่าความปลอดภัยต่างๆ จากคู่มือหรือเอกสารประกอบการขนส่ง
  2. กำหนดการใช้งานให้ชัดเจนว่าจะใช้สำหรับหนีภัยหรือใช้งานประจำ
  3. ศึกษาข้อมูลของหน้ากาก ขีดความสามารถและข้อจำกัดอื่นๆ
  4. มีสถาบันความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือให้การยอมรับหรือมีเอกสารรับรองหรือไม่
  5. ทดลองสวมใส่และเปรียบเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นๆ
  6. พิจารณาการบริการหลังการขาย การฝึกอบรมการใช้งาน การบำรุงรักษา การซ่อมแซมและอื่นๆ
     
 
  Top
   
 
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ถุงมือ
อุปกรณ์ปกป้องมือ Hand Protection
ถุงมือ
ไม่มีถุงมือใดที่สามารถปกป้องคุณจากสารเคมีได้ทุกสถานการณ์
ไม่มีถุงมือใดในโลก ที่จะสามารถป้องกันความเสี่ยงทุกอย่าง ที่จะเกิดขึ้นได้ในสารเคมี
และการนำไปใช้ของสารแต่ละตัวนั้น เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงอันตรายของสารเคมี
แต่ละชนิด และลักษณะงานเพื่อให้มั่นใจว่าถุงมือนั้นเหมาะกับการใช้งานนั้นอย่างแท้จริง
การเลือกสรรถุงมือเพื่อใช้ต้านทานสารเคมีนั้นควรเป็นไปตามขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่า คุณ
เลือกถุงมือที่ถูกต้องเหมาะสมต่อการใช้งานนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เลือกถุงมือชนิดที่ดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 1 วัสดุที่ใช้ผลิตถุงมือ
        ขั้นแรกเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเป็นขั้นวิเคราะห์ว่าควรใช้ถุงมือที่ทำจากวัสดุชนิดใด โดยอาจใช้ โปรแกรม
ช่วยในการวิเคราะห์การเลือกใช้ถุงมือ ที่เรียกว่า SpecWearTM ซึ่งเป็นโปรแกรมการเลือกถุงมือที่ถูกต้อง
ให้ตรงกับสารเคมีนั้น
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ansellchemsafe.com

ขั้นตอนที่ 2 ลักษณะโครงสร้างถุงมือ
        การประเมินลักษณะการนำไปใช้งานตามสภาพการปฏิบัติงานที่แท้จริง เพื่อเลือกโครงสร้างถุงมือที่
เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานนั้นๆ
เราสามารถแบ่งถุงมือเป็น3ชนิดใหญ่ๆ คือ
- ถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้ง(Disposable) สำหรับการป้องกันในงานทั่วไป
- ถุงมือไม่มีซับใน(Unsupported Glove) เป็นถุงมือที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น สำหรับงานที่ต้องการ
ความยืดหยุ่น คล่องตัวและกระชับ
- ถุงมือมีซับใน(Supported Glove) มีผ้าฝ้ายบุด้านใน

ขั้นตอนที่ 3 คุณสมบัติเพิ่มเติมของถุงมือ
        คือ การเลือกลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติเพิ่มเติมอื่นๆในถุงมือแต่ละแบบ เมื่อเลือกชนิดวัสดุของถุงมือ
และโครงสร้างของถุงมือได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำ คือการเลือกลักษณะหรือคุณสมบัติเพิ่มเติมที่คุณต้องการ
ตัวอย่างเช่น ลักษณะการยึดเกาะของถุงมือ ความยาว ความหนา วัสดุด้านใน สี เป็น
 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ชุดป้องกันร่างกาย
ชุดป้องกันร่างกาย Protective Clothing


ระดับการป้องกันของชุดปฏิบัติงานสารเคมี
ชุดปฏิบัติงานสารเคมีแบ่งระดับตามความสามารถในการป้องกันอย่างชัดเจน คือ A,B,CและD
ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานบริหารการป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(EPA) ของ
สหรัฐอเมริกา

ระดับการป้องกัน องค์ประกอบหลัก การป้องกัน ลักษณะงาน
ระดับ A
1. ชุดป้องกันสารเคมีแบบแคบซูล
2. เครื่องช่วยหายใจชนิด SCBA
3. ถุงมือชั้นในชนิดต้านสารเคมี
4. รองเท้าบูทชนิดต้านสารเคมี
5. วิทยุสื่อสาร
1. การป้องกันระบบทางเดินหายใจได้สูงสุด
2. ป้องกันผิวหนังและดวงตาจากสารเคมีที่เป็นของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
1. สารเคมีที่มีอันตรายสูง
2. สถานที่อับอากาศ
3. การผจญสารเคมีที่ไม่สามารถ ระบุชนิดสารเคมี
ระดับ B
1. ชุดป้องกันสารเคมีแบบแคบซูลหรือชุดหมี
2. เครื่องช่วยหายใจชนิด SCBA
3. ถุงมือชั้นในชนิดต้านสารเคมี
4. รองเท้าบูทชนิดต้านสารเคมี
5. วิทยุสื่อสาร
1. การป้องกันระบบทางเดินหายใจได้เช่นเดียวกับระดับA
2. ป้องกันผิวหนังได้ต่ำกว่าระดับA
3. ป้องกันการกระเซ็นของสารเคมีที่เป็นของเหลวแต่ไม่ป้องกันสารเคมีที่เป็นไอหรือก๊าซ
1. ใช้ในบริเวณ ที่สามารถระบุได้ว่าอันตรายของสารเคมีใน สถานะของเหลวและไม่ใช่สัมผัส กับไอสาร
ระดับ C
1. ชุดหมี
2. หน้ากากเต็มหน้าชนิดมีไส้กรอง
3. ถุงมือและรองเท้าบูท
4. หมวกแข็ง
1. การป้องกันระบบทางเดินหายใจได้เช่นเดียวกับระดับB
2. ป้องกันผิวหนังได้ระดับเดียวกับB
3. ป้องกันการกระเซ็นของสารเคมีที่เป็นของเหลวแต่ไม่ป้องกันสารเคมีที่เป็นไอหรือก๊าซ
1. สารเคมีที่ไม่ มีผลกระทบต่อผิวหนัง
2. มีการระบุลักษณะของสารและอันตรายที่มีอยู่
ระดับ D
1. ชุดหมี
2. บูทนิรภัย/รองเท้านิรภัย
3. แว่นตานิรภัยหรือแว่นครอบตา
1. ไม่ป้องกันระบบทางเดินหายใจ
2. ป้องกันผิวหนังได้ระดับต่ำ
1. ใช้ในบริเวณที่มีการป้องกันอันตราย ต่างไว้แล้ว เช่น การกระเซ็นของสารเคมี

 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ อุปกรณ์ป้องกันตก
อุปกรณ์ป้องกันการตก Fall Protection

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก
  1. ผู้ใช้ระบบป้องกันการผลัดตกต้องลงมาถึงพื้นด้วยความปลอดภัย
  2. ต้องใช้ระบบป้องกันการผลัดตกในบริเวณที่มีความสูงเกิน 0.5 เมตรขึ้นไป
  3. ความสูงของการตกลงมาและแรงที่ร่างกายใช้เมื่อหยุดการตกต้องถูกทำให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด ด้วยขั้นตอนที่เหมาะสม
  4. ระบบป้องกันการผลัดตกทุกชิ้นต้องมีแรงกดดันสูงสุดสำหรับร่างกายอยู่ที่ 6 กิโลนิวตัน
  5. ลำตัวตกลงมาอย่างอิสระพร้อมน้ำหนักที่เหลือของการลงถึงพื้น 400 กก. หลังจากที่ตกลงมา 2เมตร
น้ำหนักการเคลื่อนที่ ประมาณ 1960 กก. [w(pot) = m*g*h (in kg m2 s-2)
  6. ระยะทางการหยุดกำหนดตาม ระยะทางแนวดิ่งมีหน่วยเป็นเมตร ซึ่งวัดจากตำแหน่งเริ่มต้นของการตก
ลงมาจนถึงตำแหน่งสุดท้าย โดยไม่รวมการยืดขยายของเข็มขัดแบบรัดทั้งตัว(Harness) และอุปกรณ์ต่อเชื่อม

อุปกรณ์ที่สามารถใช้ร่วมกันได้
ตามมาตรฐานEN363
ส่วนประกอบของระบบป้องกันการพลัดตกต้องประกอบด้วย
  1. อุปกรณ์ยึด (Anchor) EN795 ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่เหนือเอวของผู้ปฏิบัติงานและต้องเป็นตำแหน่ง ที่มั่นคง
  2. ตะขอ (Connector) EN362 จะต้องทนต่อการกัดกร่อนผิวจะต้องเรียบ ไม่มีรอยเชื่อมและทำจาก เหล็กที่ผ่านหล่อขึ้นรูป หรือปั๊มขึ้นรูป
  3. ระบบป้องกันการผลัดตก(system) EN363 ช่วยป้องกันการผลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน ควรมีการเลือก ให้เหมาะสมกับหน้างาน โดยมีหลักการเลือกดังนี้
3.1 ระยะทางระหว่างจุดยึดถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน
3.2 บริเวณ การเคลื่อนไหวขณะปฏิบัติงาน
  4. ตะขอ (Connector) EN362 คุณสมบัติเช่นเดียวกับข้อที่ 2 แต่จะต้องเป็นแบบ Snaphook
  5. เข็มขัดแบบรัดทั้งตัว (Harness) EN361 เป็นอุปกรณ์ดึงผู้ปฏิบัติงาน ถ้ามีการตกผู้ปฏิบัติงานจะไม่ได้
รับอันตราย จะต้องทีจุดเชื่อมต่ออย่างน้อย 1 จุด โดยต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน
ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เช่น โพลีเอไมด์ หรือ โพลีเอสเตอร์

 
  Top
   
 
  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ รองเท้านิรภัย
รองเท้านิรภัย Safety Shoes

การเลือกใช้รองเท้านิรภัยให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
ชนิดของรองเท้าสามารถแบ่งประเภทของรองเท้าที่ใช้ในการป้องกันอันตรายต่างๆ
ตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภทดังนี้

1. รองเท้าหนังนิรภัยหรือรองเท้าหนังหัวโลหะ
          รองเท้าชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้ในประเทศเรามาก ใช้ในการป้องกันวัตถุกระแทก ของหล่นทับ รองเท้าหนังนิรภัยเป็นรองเท้าหุ้มส้น หุ้มข้อ หรือ หุ้มแข็ง มีเหล็กหัวบัว(หัวโลหะ) ครอบป้องกันบริเวณนิ้วเท้าทั้งหมด รองเท้าหนังนิรภัยที่มีแผ่นเหล็กรองบริเวณฝ่าเท้าจะใช้สำหรับงานซึ่งต้อง เกี่ยวข้องกับของมีคมบาดหรือตำทะลุผ่านใต้ฝ่าเท้าขึ้นมา ส้นรองเท้าและพื้นรองเท้ามักจะเป็นดอกหรือลายพื้นยางเพื่อกันลื่น หกล้ม รองเท้า นิรภัยนี้ แบ่งออกเป็น3ระดับ ตามความทนต่อแรงกดและแรงกระแทกที่บริเวณเหล็กหัวบัว

2. รองเท้าสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้า
          รองเท้าชนิดนี้ต้องมีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี ป้องกันเหงื่อหรือที่เปียกชื้นของบริเวณเท้าและฝ่าเท้า ซึ่งเหงื่อและความเปียกชื้นเป็นสื่อนำ กระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายได้ดี รองเท้าที่ชำรุดห้ามซ่อมแซมโดยใช้ตะปู หรือลวดตรึง เพราะสิ่งเหล่านี้นำกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

3. รองเท้าที่ใช้ในโรงหลอมและหล่อโลหะ
          รองเท้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมประเภทนี้ ควรเป็นรองเท้าที่ทำจากวัสดุกันความร้อนได้ ส่วนบนของรองเท้าควรมีการปกคลุมบริเวณขาให้สูงขึ้นมา เพื่อป้องกันการกระเด็นหรือหก จากโลหะเหลวที่หลอมละลาย

4. รองเท้าที่ใช้ในบริเวณที่มีหรือสงสัยว่ามีสารหรือของผสมที่ไวไฟ
          โดยรองเท้าชนิดนี้จะป้องกันไฟฟ้าสถิติที่เกิดขึ้นจากร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจจะเกิดการเหนี่ยวนำ ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการระเบิดหรือลุกไหม้ ขึ้นได้ รองเท้าประเภทนี้จะมีค่าความต้านทานไฟฟ้าได้ในอัตราต่างๆหลายระดับ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานต้องศึกษาว่าบริเวณที่ตนทำงาน ควรใช้รองเท้า ที่มีความต้านทานไฟฟ้าระดับใด
 
  Top
บริษัท เอลิสต์ ซัพพลาย จำกัด 67/170 หมู่ 11 แขวง ลาดพร้าว กรุงเทพ 10230 โทร 02-9421117
แฟกซ์ 02-5703404 Email. sale@alistsupply.com, support@alistsupply.com
Copyright 2012 © www.alistsupply.com All Rights Reserved. Powered by ThaiWeb